ข่าวเศรษฐกิจ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาล สปป.ลาว อยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากการปรับแผนกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ของไทยว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร อย่างไรก็ตาม ทาง สปป.ลาว คาดหวังว่าไทยจะรับซื้อไฟฟ้าจนครบ 9,000 เมกะวัตต์ ใน 4-5 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ ตามกรอบข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้าไทย-สปป.ลาว กำหนดไว้ที่ 9,000 เมกะวัตต์ ปัจจุบันมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) แล้ว ราว 7,000 เมกะวัตต์ และขายไฟฟ้าเข้าระบบแล้วกว่า 4,000 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลืออีกราว 2,000 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ครบตามกรอบข้อตกลงใน 4-5 ปีข้างหน้า โดยมีโครงการผลิตไฟฟ้าที่เตรียมจะเข้าระบบตามสัญญาในปี 2562 ได้แก่ เขื่อนไซยะบุรี กำลังผลิต 1,280 เมกะวัตต์ โครงการน้ำเงี๊ยบ 1 กำลังผลิต ราว 270 เมกะวัตต์ และโครงการน้ำเทิน 1 กำลังผลิต 644.3 เมกะวัตต์ รวมทั้งยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างเจรจา ได้แก่ โครงการน้ำงึม 3 ซึ่งก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 60% โดยราคาค่าไฟฟ้าจะเป็นราคาเดียวกับโครงการน้ำเทิน 1 โครงการดอนสะโฮง คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จในปี 2562 ส่วนอีก 3 โครงการ ได้แก่ ปากแบง เซนาคาม และปากลาย คาดว่าจะมีความชัดเจนในไม่ช้านี้ สำหรับโครงการเซเปียนเซน้ำน้อยที่เกิดปัญหาเขื่อนแตกก่อนหน้านี้ คาดว่าจะส่งไฟฟ้าได้ล่าช้าจากเดิมในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เป็นเดือนธันวาคม 2562 (กรุงเทพธุรกิจและแนวหน้า, 14 ธ.ค. 2561)