ประเทศเป้าหมาย

บทความ

ข่าว (ข่าวเศรฐกิจ)

คอนโด Low Rise 8 ชั้น จำนวน 184 ยูนิต มูลค่า 490 ล้านบาท “ชีวาทัย” ย้ำเป้ารายได้ปี 61 แตะ 2,400 ล้านบาท โชว์ Backlog 570 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเปิดโครงการคอนโด Low Rise 8 ชั้น “ฮอลล์มาร์ค จรัญสนิทวงศ์ 13” จำนวน 184 ยูนิต มูลค่ารวม 490 ล้านบาท นายบุญ ชุน เกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) หรือ CHEWA เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจว่ารายได้ปี 61 จะเติบโตตามเป้าอยู่ที่ 2,400 ล้านบาท จากปี 2560 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่2,043.37 ล้านบาท  เนื่องจากบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) 570 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทยังเตรียมเปิดตัวโครงการ ฮอลล์มาร์ค จรัญสนิทวงศ์ 13  ซึ่งเป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น จำนวน 184 ยูนิต มูลค่ารวม 490 ล้านบาท โดยได้มีการจัดงาน Open House เปิดชมห้องตัวอย่างก่อนใครในวันที่ 1-2 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งโครงการฮอลล์มาร์ค จรัญฯ 13 คาดว่าจะสามารถปิดการขายและสามารถรับรู้รายได้ภายในปี 2562   สำหรับโครงการฮอลล์มาร์ค จรัญฯ 13  ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1-1-76 ไร่  เป็นโครงการ 8 ชั้น จำนวน 184 ยูนิต โดยมีมูลค่าโครงการประมาณ 490 ล้านบาท  ซึ่งเป็นโครงการ Low Rise บนทำเลที่ดีที่สุดของจรัญฯ 13  ใกล้ MRT สถานีจรัญฯ 13   และสิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการอย่างครบครัน เช่น ร้านค้า, ร้านอาหาร,  ร้านสะดวกซื้อ 7-11, โลตัส  สถาบันการเงินและสถาบันการศึกษา รวมถึงอาชีวศึกษาธนบุรี, พณิชยการธนบุรี และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อีกมากมาย  อีกทั้งยังใกล้ห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, เดอะมอลล์ ท่าพระ, ซีคอน บางแค  รวมถึงยังใกล้กับโรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลธนบุรี, โรงพยาบาลพญาไท 3 และใกล้กับสถาบันการศึกษามากมาย   ขณะที่ส่วนกลางหรือสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการดังกล่าวยังเป็น Low Rise Condominium ที่มีพื้นที่ส่วนกลางให้กับผู้อยู่อาศัยแบบครบครัน   อาทิ  สระว่ายน้ำลอยฟ้า พร้อม  Kids  Pool, ฟิตเนส, Co-Working Space, BBQ Area, Sky Yoga, Kids Room และห้องสมุด   “โครงการ ฮอลล์มาร์ค จรัญฯ 13 เรามีแนวคิด “ความลงตัวของวิถีชีวิตที่คุ้นเคย” ตอบสนองวิถีชีวิตได้อย่างลงตัว ให้คุณใช้ชีวิตอย่างคนเมือง  พร้อมสัมผัสกลิ่นอายของเมืองเก่าและวิถีชีวิตของวันวาน  บนทำเลที่ไม่เคยหลับ กับ Low Rise คอนโดมิเนียมบนทำเลที่ดีที่สุดของจรัญฯ 13  นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการที่ให้เป็นจำนวนมากแล้ว  โครงการนี้ยังให้ความสำคัญกับระบบรักษาความปลอดภัย โดยประกอบด้วย ระบบลิฟท์แบบล็อคชั้น  กล้องวงจรปิด  ซึ่งควบคุมการเข้าออกอาคารด้วยระบบ Access Control  พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่ให้คุณอุ่นใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมห้องชุด 3 รูปแบบเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า อันประกอบด้วย ห้องชุดแบบ 1 Bedroom  พื้นที่ใช้สอย 26-33 ตร.ม. ห้องชุดแบบ 1 Bedroom Plus 39 ตร.ม. และ 2 Bedroom 44 ตร.ม.” นายบุญ ชุน เกียรติกล่าว

07.12.2018

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2561 สภาประชาชนแห่งชาติจีนลงมติด้วยคะแนน 2,958 เสียง จากทั้งหมด 2,964 เสียง เห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีจีน จากเดิมที่เคยจำกัดไว้สูงสุดเพียง 2 สมัย หรือ 10 ปี เป็นการดำรงตำแหน่งโดยไม่มีระยะเวลากำหนด ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ปูทางให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สามารถครองตำแหน่งผู้นำจีนได้ตลอดชีพ นอกจากนี้ สภาฯ ยังมีมติให้บรรจุหลักปรัชญาสีจิ้นผิงว่าด้วยแนวคิดสังคมนิยมกับคุณลักษณะเฉพาะของชาวจีนยุคใหม่ เพิ่มเข้าในรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ปัจจุบันนายสี จิ้นผิง อยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีจีนเป็นสมัยที่ 2 และจะหมดวาระในปี 2566 (BBC, 11 มี.ค. 2561)

03.12.2018

ขณะที่การรวมตัวทางเศรษฐกิจภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC กำลังใกล้เข้ามา หนึ่งในธุรกิจดาวรุ่งที่จะได้รับอานิสงส์คือธุรกิจรถบรรทุก โดยการเติบโตของการค้าข้ามพรมแดนที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นเป็นแรงผลักดันสำคัญของธุรกิจนี้ เนื่องจากในปัจจุบันกว่า 85% ของการขนส่งสินค้าภายในประเทศและระหว่างประเทศของภูมิภาคอาเซียนเป็นการขนส่งโดยรถบรรทุก โดยคาดว่าการค้าภายในภูมิภาคอาเซียนต่อการค้าทั้งหมดของอาเซียนจะเพิ่มขึ้นจาก 25% ในปัจจุบันเป็น 30% ภายในปี 2020 ซึ่งเป็นผลมาจากกิจกรรมด้านการค้าและการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศเมียนมาร์ กัมพูชา และลาว โดยเพียง 3 ประเทศดังกล่าวก็มีขนาดตลาดการขนส่งโดยรถบรรทุกรวมกันสูงถึงราว 4 แสนล้านบาทต่อปี และยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตรวดเร็วอีกด้วย SCB SME นำเสนอโอกาสทองทางธุรกิจสำหรับเอสเอ็มอีหรือบริษัทต่างๆ ที่มีความสามารถสูงในการผลิตรถบรรทุกเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ 3 ตลาดนี้ ภาคการผลิตที่กำลังขยายตัว กอปรกับการกระจายตัวของประชากรของ “เมียนมาร์” ก่อให้เกิดความต้องการรถบรรทุกเพิ่มขึ้น อีไอซีคาดว่าความต้องการรถบรรทุกของเมียนมาร์จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากที่รัฐบาลและภาคเอกชนต่างมีแผนกระตุ้นการเติบโตของภาคการผลิตผ่านการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษและนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง และทำให้มีโรงงานตั้งใหม่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนใน 2-3 ปีที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น ปีที่แล้วมีโรงงานสิ่งทอตั้งใหม่ในเมียนมาร์อย่างน้องหนึ่งโรงงานต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในภาคการผลิตของเมียนมาร์จะโตเฉลี่ยสูงถึง 10% ต่อปีระหว่างปี 2010 ถึง 2030 ดังนั้น รถบรรทุกจะมีบทบาทสำคัญในการขนส่งสินค้าจากเขตเศรษฐกิจพิเศษและนิคมอุตสาหกรรมเหล่านี้ไปยังเมืองหลวงอย่าง ย่างกุ้ง และเขตอื่นๆ ที่มีประชากรหนาแน่น อีกทั้งรถบรรทุกจะสนับสนุนการค้าข้ามพรมแดนและการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือน้ำลึกเพื่อส่งออกไปยังภูมิภาคอื่นๆ ปัจจุบันเมียนมาร์มีรถบรรทุกที่ให้บริการภายในประเทศเพียงประมาณ 70,000 คัน ทำให้ขนส่งสินค้าได้ในปริมาณและระยะทางที่จำกัด เมื่อเทียบกับไทยที่มีพื้นที่และประชากรใกล้เคียงกันแต่กลับมีจำนวนรถบรรทุกถึง 2 ล้านคัน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่เมียนมาร์จะต้องเพิ่มจำนวนรถบรรทุกเพื่อรองรับกิจกรรมต่างๆ ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต  “กัมพูชา” ก็เช่นกัน ความต้องการเชื่อมต่อระหว่างฐานการผลิตและท่าเรือส่งออกกระตุ้นให้เกิดความต้องการรถบรรทุกเพื่อขนส่งสินค้า การเติบโตของภาคการส่งออกของกัมพูชาสูงถึง 17% ต่อปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของภาคการผลิต โดยเฉพาะในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมพนมเปญและปอยเปตโอเนียงซึ่งผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกเป็นหลัก อีไอซีมองว่าการขยายตัวในภาคการผลิตดังกล่าวจะส่งผลให้มีความต้องการลำเลียงสินค้าทางรถบรรทุกไปยังท่าเรือส่งออกมากยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบันการขนส่งทางรถบรรทุกเป็นรูปแบบหลักที่ใช้ในการค้าภายในประเทศและข้ามพรมแดนของกัมพูชาอยู่แล้ว และรถบรรทุกยังช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าออกไปยังท่าเรือน้ำลึก เช่น ท่าเรือสีหนุวิลล์ของกัมพูชาและท่าเรือแหลมฉบังของไทย จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตรถบรรทุกไทยที่จะเข้าไปเสนอขายรถบรรทุกใหม่ โดยเฉพาะรถบรรทุกตู้สินค้าเพื่อรองรับอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของกัมพูชา สภาพภูมิประเทศที่ไม่มีพรมแดนติดกับทะเลของ “ลาว” บวกกับการเติบโตของการค้าข้ามพรมแดนของลาวไปยังไทยและเวียดนาม ทำให้การขนส่งทางรถบรรทุกเข้ามามีบทบาทสำคัญและมีแนวโน้มว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง สภาพภูมิประเทศที่ไม่ติดทะเลของลาวทำให้ประเทศต้องยึดการขนส่งโดยรถบรรทุกเป็นช่องทางหลักในการกระจายสินค้าส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะทรัพยากรธรรมชาติจำพวกสินแร่และส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยการส่งออกสินค้าไปยังไทยและเวียดนามมีอัตราการเติบโตสูงถึงปีละ 20% จึงมีความต้องการรถบรรทุกสูงเพื่อใช้ในการค้าข้ามพรมแดน ยิ่งไปกว่านั้น ลาวมีรถบรรทุกที่ขึ้นทะเบียนอยู่เพียงประมาณ 6,500 คัน แต่มีเพียงหนึ่งในสามที่ผ่านมาตรฐานและสามารถให้บริการขนส่งได้จริง ดังนั้น ผู้ผลิตรถบรรทุกและชิ้นส่วนควรจะคว้าโอกาสจากช่องว่างดังกล่าวในการเสนอขายรถบรรทุกใหม่ รวมถึงบริการซ่อมแซมและบำรุงรักษารถบรรทุกด้วย

29.11.2018

Hot Issue

link อื่นๆ
  • Relate Preview
Financial Products
izmir haber
oldschoolko
маджонгAraba Oyunları Friv
buy instagram likes
Denizli Toptan Tekstil Toptan Havlu
iqos Uluslararasi evden eve nakliyat
igri www.tikaniklikacmaservisi.com buy Instagram likes
www.catunited.com
gebze evden eve nakliyat - uluslararası evden eve nakliyat