ข่าวเศรษฐกิจ

หวั่นไทยหลุดฮับขนส่งในภูมิภาคอาเซียน

สำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันการขนส่งสินค้าทางบกระหว่างกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) ยังเติบโตต่อเนื่องจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางและการลงทุนสร้างเส้นทางสายไหมใหม่ (Belt and Road Innitiative : BRI) ของแต่ละประเทศ ดังนั้น การขนส่งทางบกยังคงเป็นตัวเลือกอันดับแรกและปริมาณยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 10 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ ปัจจุบันนโยบายของรัฐบาลไทยมุ่งการพัฒนารถไฟทางคู่ สถานีเปลี่ยนถ่ายสินค้าตามแนวชายแดน และการพัฒนาท่าเรือขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่ง อย่างไรก็ตาม เวียดนามมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วมากโดยอาศัยปัจจัยสนับสนุนจากเส้นทางเดินเรือไปยังยุโรปที่ใกล้กว่าแหลมฉบัง และมีภูมิศาสตร์ที่ติดกับจีน ตลอดจนการย้ายนิคมอุตสาหกรรมการผลิตไปตั้งในเวียดนาม นอกจากนี้ ต้นทุนขนส่งสินค้าทางบกของไทยสูงเป็นอันดับ 4 ของอาเซียน โดยต้นทุนที่สูงเป็นอันดับ 1 คือ ฟิลิปปินส์ มีต้นทุนขนส่ง 11,900 บาท/TEU อันดับ 2 มาเลเซีย 9,100 บาท/TEU อันดับ 3 บรูไน 7,875 บาท/TEU อันดับ 4 ไทย 7,350 บาท/TEU อันดับ 5 เวียดนาม 7,000 บาท/TEU และอันดับ 6 อินโดนีเซีย 5,600 บาท/TEU ทำให้ในอนาคตเวียดนามมีศักยภาพที่จะแซงหน้าไทยและก้าวขึ้นเป็นฮับขนส่งของ GMS สำหรับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียนระยะเร่งด่วน (2016-2025) ซึ่งคาดว่าจะใช้เม็ดเงินจำนวนมากหลายแสนล้านบาทนั้น ประกอบด้วย 1) พัฒนาเส้นทางรถไฟสิงคโปร์-คุนหมิง เชื่อมต่อจีนตอนใต้-เวียดนาม-กัมพูชา-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์ 2) พัฒนา Dry Port ในอาเซียน เพื่อลดขั้นตอนและต้นทุนการขนส่งทางบกและทางน้ำ 3) พัฒนาถนนเดิมและก่อสร้างโครงข่ายถนนใหม่เส้นทางอาเซียน (Asian Highway) 4) พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ตามด่านสินค้าชายแดน เช่น Intelligent Transport System (ITS) (โพสต์ทูเดย์, 17 ส.ค. 2561)
Related
more icon
  • calendar icon15.12.2021
  • calendar icon14.12.2021
Most Viewed
more icon
  • calendar icon08.01.2021
  • calendar icon08.01.2018
  • calendar icon13.04.2020
link อื่นๆ
  • Relate Preview
  • Relate Preview
Financial Products