ข่าวเศรษฐกิจ
กระทรวงพาณิชย์ได้หารือร่วมกับภาคเอกชนทั้งจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เพื่อประเมินสถานการณ์ส่งออกในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 โดยเฉพาะผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ก่อนจะทบทวนเป้าส่งออกในปี 2561 ที่เดิมตั้งไว้ที่ขยายตัว 8% จากประเมินว่าผลจากสงครามการค้าในช่วงแรก สินค้าไทยที่มีโอกาสขยายตัวจากการส่งออกไปสหรัฐฯ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ พลาสติก และชิ้นส่วนยานยนต์ ส่วนสินค้าที่คาดว่าจะส่งออกไปจีนมากขึ้น ได้แก่ มันสำปะหลัง ขณะที่สินค้าที่ยังน่าเป็นห่วง ได้แก่ ยางและผลิตภัณฑ์ กุ้งแช่แข็งและแปรรูป และเครื่องซักผ้า ทั้งนี้ ภาคเอกชนคาดว่าการส่งออกในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จะปรับตัวดีขึ้น จากในช่วงครึ่งแรกที่ขยายตัว 11% และมั่นใจว่าการส่งออกโดยรวมในปี 2561 จะขยายตัวได้เกินเป้าที่ตั้งไว้ 8% สำหรับทิศทางการส่งออกในปี 2562 ยังคาดการณ์ได้ยาก เนื่องจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะจบลงเมื่อไร ขณะเดียวกันทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างก็มีความเคลื่อนไหวที่สำคัญในเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ เช่น จีน เดินหน้าลงทุนและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศในแอฟริกา และตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติสำคัญเพื่อลงทุนตั้งฐานการผลิต และมีการตั้งศูนย์กระจายสินค้าแห่งที่ 2 ที่ดูไบ เพื่อเชื่อมโยงตลาดกลุ่มเข้ากับ One Belt One Road ขณะที่สหรัฐฯ ก็อาจหวนกลับไปสานสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศ NAFTA เพื่อแสวงหาโอกาสลงทุนในแหล่งที่มีวัตถุดิบ และมีค่าแรงต่ำ สำหรับปัจจัยบวกต่อการส่งออกในปี 2562 จะเป็นโครงการเมกะโปรเจกต์ของโลก เช่น โอลิมปิก โตเกียว 2020 และ World Expo Dubai 2020 ซึ่งจะทำให้กลุ่มธุรกิจก่อสร้างและที่เกี่ยวข้องเติบโตดี (ประชาชาติธุรกิจ, 30 ก.ค.-2 ส.ค. 2561)