ข่าวเศรษฐกิจ
การส่งออกโดยรวมของไทยในไตรมาส 2 ปี 2561 คาดว่าจะมีแนวโน้มที่สดใส หลังจากในเดือนมกราคม 2561 มูลค่าส่งออกขยายตัวถึง 17.5% เทียบกับเดือนมกราคม 2560 สูงสุดในรอบ 62 เดือน ช่วยสร้างความมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายการส่งออกในปี 2561 ที่ตั้งไว้ 8% ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะมีแนวโน้มขยายตัว ได้แก่ รถยนต์ คาดว่าจะได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 2 และตลอดทั้งปีคาดว่าจะส่งออกรถยนต์ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 1.1 ล้านคัน โดยตลาดที่คาดว่าจะขยายตัวได้ดี อาทิ ตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นทำให้ตลาดมีกำลังซื้อมากขึ้น ตลาดออสเตรเลีย และตลาดอเมริกากลาง-ใต้ อัญมณีและเครื่องประดับ มูลค่าส่งออกในเดือนมกราคมปี 2561 หดตัว 17% แต่เมื่อหักทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูป (ทองคำแท่ง) มูลค่าส่งออกขยายตัวถึง 8% โดยคาดว่าการส่งออกคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และ 4 และตลอดทั้งปีคาดว่าจะขยายตัวได้ 1-2% เครื่องนุ่งห่ม คาดว่าปี 2561 มูลค่าส่งออกจะขยายตัวราว 3-5% จากอานิสงส์ของเศรษฐกิจคู่ค้าหลัก คือ สหรัฐฯ และ EU ที่ฟื้นตัว และคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากเทศกาลฟุตบอลโลก 2018 อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบจากเงินบาทที่แข็งค่า และการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ทูน่า โรงงานส่วนใหญ่ได้รับคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ทูน่าเพิ่มขึ้น และมีการผลิตเต็มกำลังการผลิตไปจนถึงครึ่งแรกของปี 2561 หลังจากราคาวัตถุดิบปลาทูน่าปรับลดลง ไก่ คาดว่ามูลค่าส่งออกในไตรมาส 2 จะยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดหลัก คือ ญี่ปุ่น และ EU แต่ผู้ประกอบการอาจเผชิญปัจจัยลบจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับสูงขึ้น สำหรับตลอดทั้งปีคาดว่าจะส่งออกไก่สดและไก่แปรรูปได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 8.2 แสนตัน มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ยางพารา คาดว่าการส่งออกในไตรมาส 2 จะปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่การส่งออกลดลงทั้งปริมาณและมูลค่าในช่วงไตรมาส 1 ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือลดการส่งออกยางพาราของไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย 3.5 แสนตัน โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกตลอดทั้งปีจะยังขยายตัวเป็นบวก (ฐานเศรษฐกิจ, 22-24 มี.ค.2561)