ข่าวเศรษฐกิจ

คาดไทยสูญ 10,000 ล้านบาท หลังสหรัฐฯ ขึ้นภาษีเหล็ก

หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ลงนามประกาศบังคับใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากทุกประเทศในอัตรา 25% และ 10% ตามลำดับ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2561 เป็นต้นไป สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ได้ระบุไว้ในรายงานผลกระทบจากมาตรา 232 ของสหรัฐฯ ที่มีต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทยว่า มีกลุ่มสินค้าหลักของ 8 ประเทศผู้ส่งออกเหล็กไปสหรัฐฯ เมื่อถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงขึ้นแล้วมี “ความเสี่ยง” ที่จะส่งเหล็กเหล่านี้เข้ามายังประเทศไทยแทน ได้แก่ เหล็กเส้น เหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี เหล็กแผ่นเคลือบดีบุก และเหล็กแผ่นเคลือบโครเมียม เนื่องจากเหล็กรายการเหล่านี้ประเทศไทยยังไม่มีการใช้มาตรการทางการค้าปกป้องตลาดภายใน โดยสถาบันเหล็กฯ ประเมินว่า ผลกระทบทางตรงจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จะทำให้ไทยจะสูญเสียการส่งออกเหล็กไปตลาดสหรัฐฯ ประมาณ 3.8 แสนตัน มูลค่า 10,479 ล้านบาท ส่วนผลกระทบทางอ้อมกรณีที่ผู้ส่งออกเหล็กนำเหล็กซึ่งเข้าไปจำหน่ายในสหรัฐฯ ไม่ได้มาจำหน่ายในตลาดอาเซียน รวมทั้งประเทศไทย แทนนั้น ในส่วนนี้อาจมีอยู่ราว 27 ล้านตัน ขณะที่ นายกรกฎ ผดุงจิตต์ รองประธานกลุ่มเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินราคาเหล็กหลังจากที่ไทยถูกเก็บภาษีนำเข้าได้ เนื่องจากในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2560-มีนาคม 2561 จีนหยุดการผลิตไป ทำให้มีการอั้นปริมาณเหล็กจำนวนมาก และในเดือนเมษายน 2561 การผลิตเหล็กในจีนจะเริ่มกลับมา ทำให้ปริมาณเหล็กล้นจนต้องส่งออกมาไทยแน่นอน คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณ 100 ล้านตัน ซึ่งส่งผลให้ราคาเหล็กลดลง แต่ยังประเมินไม่ได้ว่าจะลดลงมากเท่าใด (ประชาชาติธุรกิจ, 12-14 มี.ค. 2561)
Related
more icon
  • calendar icon26.11.2021
  • calendar icon04.11.2021
Most Viewed
more icon
  • calendar icon08.01.2021
  • calendar icon08.01.2018
  • calendar icon13.04.2020
link อื่นๆ
  • Relate Preview
  • Relate Preview
Financial Products