ข่าวเศรษฐกิจ
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศของคณะกรรมการค่าจ้าง ที่จะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในทุกจังหวัดทั่วประเทศในอัตรา 5-22 บาท ส่งผลให้ค่าจ้างขั้นต่ำของไทยอยู่ระหว่างวันละ 308-330 บาท มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 เป็นต้นไป พร้อมกันนั้นยังเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 3 มาตรการ ดังนี้
1) มาตรการภาษีเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ผู้ประกอบการสามารถนำค่าจ้างรายวันที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน-31 ธันวาคม 2561 มาหักค่าใช้จ่ายได้ 1.15 เท่า
2) มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้าง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมมีระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่างปี 2561-2563 ใช้งบประมาณดำเนินการโครงการจำนวน 5,000 ล้านบาท ซึ่ง SMEs ที่เข้าร่วมโครงการจะลดต้นทุนการผลิตได้ราว 10%
3) มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อลดผลกระทบด้านแรงงาน โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกอบด้วย 2 มาตรการย่อย คือ มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักร โดยขยายขอบข่ายให้ครอบคลุมการนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการผลิตเพื่อยกระดับการบริหารจัดการ (จากเดิมให้เฉพาะเครื่องจักรอัตโนมัติหรือเทคโนโลยีการผลิต) ซึ่งจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% ของมูลค่าเครื่องจักรที่นำมาปรับปรุงเป็นเวลา 3 ปี และปรับปรุงการให้สิทธิและประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน โดยขยายขอบเขตของกิจการให้ครอบคลุมถึงการอบรมบุคลากรให้มีทักษะเฉพาะทางสูงขึ้น เช่น การอบรมคอมพิวเตอร์ชั้นสูง การวิเคราะห์ข้อมูล Big Data ซึ่งจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 200% ของเงินลงทุนหรือค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง
(กรุงเทพธุรกิจ, 31 ม.ค. 2561 และฐานเศรษฐกิจ, 1-3 ก.พ. 2561)