ข่าวเศรษฐกิจ
จากการที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยส่งหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อขอให้กิจการพัฒนาระบบกำจัดขยะมูลฝอยและการผลิตพลังงานจากขยะไม่ต้องเข้าข่าย พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนและหน่วยงานจำนวนมาก ทำให้โรงไฟฟ้าขยะหลายโครงการต้องชะลอออกไป ล่าสุดกระทรวงการคลังได้ส่งหนังสือยืนยันว่ากิจการเกี่ยวกับขยะมูลฝอยที่เป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนจำเป็นต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. PPP และสามารถเดินเรื่องได้ทันที โดยไม่มีความจำเป็นที่ต้องชะลอโครงการแต่อย่างใด ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าการที่โครงการโรงไฟฟ้าขยะต้องผ่าน PPP ทำให้ต้องใช้เวลาตามขั้นตอนราว 3 ปี แบ่งเป็นขั้นตอนตาม PPP ราว 1 ปีครึ่ง และขั้นตอนการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานและสัญญาซื้อขายไฟฟ้าอีกราว 1 ปีครึ่ง ส่งผลให้โครงการส่วนหนึ่งชะลอออกไป เนื่องจากเอกชนเห็นว่ามีขั้นตอนนานเกินไป (กรุงเทพธุรกิจ, 30 ธ.ค. 2558)