ข่าวเศรษฐกิจ
จากการประชุมโครงการสนับสนุนการต่อเรือในประเทศเพื่อพัฒนากองเรือขนส่งน้ำมันชายฝั่งของไทย โดยกระทรวงคมนาคมได้หารือร่วมกับกรมเจ้าท่า กระทรวงการคลัง ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการอู่ต่อเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาสนับสนุนให้มีการต่อเรือใช้ในประเทศมากขึ้น หลังจากพบว่าผู้ประกอบการเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ของไทย ตั้งแต่ 3,000 ตันกรอสขึ้นไป ต้องการนำเข้าเรือมือสองจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและเกาหลีใต้ มาให้บริการแทนการสั่งต่อเรือใหม่ในประเทศ เนื่องจากราคาเรือมือสองของต่างประเทศมีราคาถูกกว่ามาก กระทรวงคมนาคมจึงได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการสนับสนุนการต่อเรือในประเทศ โดยให้ได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน ซึ่งจะเป็นมาตรการส่งเสริมและจูงใจให้เกิดการต่อเรือในประเทศเพิ่มขึ้น อาทิ มาตรการทางการเงิน (ขยายระยะเวลาคืนเงินกู้จาก 8 ปี เป็น 12 ปี หรือลดอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น) ทั้งนี้ ที่ผ่านมาอู่ต่อเรือของไทยมีศักยภาพต่อเรือในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการต่อเรือของหน่วยงานราชการ เรือเอกชน เรือรบ และเรือขุด ซึ่งการส่งเสริมการเกิดการต่อเรือขนาดใหญ่ก็จะทำให้เกิดการเรียนรู้เทคโนโลยี การจ้างงาน และการพัฒนาการผลิตวัสดุและอุปกรณ์ขึ้นมารองรับ ซึ่งก็จะทำให้สามารถต่อยอดรับงานต่อเรือให้ต่างประเทศได้ในอนาคต (โพสต์ทูเดย์, 12 พ.ค. 2559)