ข่าวเศรษฐกิจ
คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อ SMEs จากการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ประกอบด้วย
1) สินเชื่อเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่หรือปรับปรุงกระบวนการทำงานของ SMEs ผ่านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) วงเงินรวม 2 หมื่นล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยปีแรก 2% ปีที่สองอัตราดอกเบี้ย MLR-3% และปีที่สามเป็นต้นไปอัตราดอกเบี้ย MLR โดยให้กู้รายละไม่เกิน 5 ล้านบาท
2) วงเงินค้ำประกันสินเชื่อแก่ SMEs ผ่านบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) แบ่งเป็น ผู้ประกอบการเดิม วงเงินรวม 2.4 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาค้ำประกัน 5 ปี คิดค่าธรรมเนียมปีละ 1.75% วงเงินค้ำประกันรายละไม่เกิน 40 ล้านบาท และผู้ประกอบการใหม่ วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาค้ำประกัน 7 ปี คิดค่าธรรมเนียมปีละ 2.5% วงเงินค้ำประกันรายละไม่เกิน 2 ล้านบาท
3) กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยให้ SMEs กู้ยืมสำหรับค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม คิดอัตราดอกเบี้ย 0.1% วงเงินกู้ไม่เกินรายละ 4.2 หมื่นบาท
4) สินเชื่อส่งเสริมการจ้างงานผ่านกองทุนประกันสังคม วงเงินรวม 1 หมื่นล้านบาท
(โพสต์ทูเดย์, 24 เม.ย. 2555)
1) สินเชื่อเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่หรือปรับปรุงกระบวนการทำงานของ SMEs ผ่านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) วงเงินรวม 2 หมื่นล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยปีแรก 2% ปีที่สองอัตราดอกเบี้ย MLR-3% และปีที่สามเป็นต้นไปอัตราดอกเบี้ย MLR โดยให้กู้รายละไม่เกิน 5 ล้านบาท
2) วงเงินค้ำประกันสินเชื่อแก่ SMEs ผ่านบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) แบ่งเป็น ผู้ประกอบการเดิม วงเงินรวม 2.4 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาค้ำประกัน 5 ปี คิดค่าธรรมเนียมปีละ 1.75% วงเงินค้ำประกันรายละไม่เกิน 40 ล้านบาท และผู้ประกอบการใหม่ วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาค้ำประกัน 7 ปี คิดค่าธรรมเนียมปีละ 2.5% วงเงินค้ำประกันรายละไม่เกิน 2 ล้านบาท
3) กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยให้ SMEs กู้ยืมสำหรับค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม คิดอัตราดอกเบี้ย 0.1% วงเงินกู้ไม่เกินรายละ 4.2 หมื่นบาท
4) สินเชื่อส่งเสริมการจ้างงานผ่านกองทุนประกันสังคม วงเงินรวม 1 หมื่นล้านบาท
(โพสต์ทูเดย์, 24 เม.ย. 2555)