ข่าวเศรษฐกิจ
ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และนโยบายปรับขึ้นค่าพลังงาน ทั้งก๊าซหุงต้ม (LPG) และก๊าซ NGV จะส่งผลให้มูลค่าส่งออกของไทยในปี 2555 ขยายตัวเพียง 13% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 15.5% หรือลดลง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่จะได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานมากที่สุด คือ ผู้ประกอบการกลุ่ม SMEs ซึ่งปรับตัวได้ยากกว่ารายใหญ่ที่สามารถวางแผนพัฒนาแรงงานและจัดหาเครื่องจักรที่ทันสมัย รวมทั้งเข้าถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐได้มากและรวดเร็วกว่า
ทั้งนี้ ภาคบริการจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 4.18% จากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ส่วนภาคการผลิตมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 2.2% โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ผลิตภัณฑ์จากไม้ เครื่องเรือน และเครื่องตกแต่งจากไม้ 4.65% สิ่งทอ เครื่องแต่งกาย 3.45% อาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ 2.28% สำหรับการปรับขึ้นค่าก๊าซ LPG จะกระทบต้นทุนภาคขนส่ง 0.75% ภาคอุตสาหกรรม 3% ขณะที่การขึ้นราคาก๊าซ NGV จะกระทบต้นทุนภาคขนส่ง 0.5% (กรุงเทพธุรกิจ, 18 เม.ย. 2555)
ทั้งนี้ ภาคบริการจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 4.18% จากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ส่วนภาคการผลิตมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 2.2% โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ผลิตภัณฑ์จากไม้ เครื่องเรือน และเครื่องตกแต่งจากไม้ 4.65% สิ่งทอ เครื่องแต่งกาย 3.45% อาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ 2.28% สำหรับการปรับขึ้นค่าก๊าซ LPG จะกระทบต้นทุนภาคขนส่ง 0.75% ภาคอุตสาหกรรม 3% ขณะที่การขึ้นราคาก๊าซ NGV จะกระทบต้นทุนภาคขนส่ง 0.5% (กรุงเทพธุรกิจ, 18 เม.ย. 2555)