ข่าวเศรษฐกิจ
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรณรงค์ให้ร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้างดใช้ถุงพลาสติกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 มีผลให้ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกบางรายที่ดำเนินตามมาตรการดังกล่าวมียอดจำหน่ายลดลง เพราะผู้ซื้อลดการซื้อสินค้าเนื่องจากไม่สะดวกในการนำสินค้ากลับบ้าน ทำให้ร้านค้าปลีกบางแห่งเริ่มนำถุงพลาสติกกลับมาให้บริการกับลูกค้าอีกครั้ง ทั้งนี้ ส.อ.ท. เห็นว่าภาครัฐควรออกมาตรการให้ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ จำหน่ายถุงพลาสติกชนิดที่มีความหนา 36 ไมครอนขึ้นไป ซึ่งเป็นพลาสติกที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้หลายครั้ง ในอัตราใบละ 2-3 บาท โดยแบ่งเป็นต้นทุนค่าถุงพลาสติกและโครงการรักษาสิ่งแวดล้อมของร้านค้าไม่เกินใบละ 50 สตางค์ให้กับร้านค้า และที่เหลืออีกใบละ 1.50-2 บาท นำส่งเข้ากองทุนต่างๆ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และการกำจัดขยะที่ถูกต้อง รวมถึงให้ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ เป็นผู้รวบรวมถุงพลาสติกที่ชำรุดส่งไปกำจัดให้ถูกต้อง โดยให้ผู้ซื้อที่ใช้ถุงพลาสติกจนชำรุดสามารถนำมาแลกซื้อถุงใบใหม่ในราคาต่ำได้ ทั้งนี้ ส.อ.ท. คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้มีเงินเข้ากองทุนต่างๆ ของโครงการรักษาสิ่งแวดล้อมราวปีละหลายพันล้านบาท และคาดว่าภายใน 10 ปี จะลดขยะพลาสติกลง 50% รวมถึงสามารถนำขยะพลาสติกไปรีไซเคิลได้ทั้งหมด (กรุงเทพธุรกิจ, 20 ม.ค. 2563)