ข่าวเศรษฐกิจ
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ขณะนี้ บริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ ปตท.สผ. อีดี ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการแหล่งปิโตรเลียมแปลง G1/61 (แหล่งเอราวัณ) ตามสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่แหล่งเอราวัณได้ตามแผน ทำให้ไม่สามารถดำเนินการติดตั้งแท่นและเจาะหลุมผลิตในแหล่งเอราวัณได้ จึงค่อนข้างเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าจะส่งผลต่อกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติในแหล่งเอราวัณในช่วงเปลี่ยนผู้รับสัมปทานในเดือนเมษายน 2565 ซึ่งบริษัทฯ ประเมินว่ากำลังการผลิตก๊าซฯ จะหายไปราววันละ 200-300 ล้านลูกบาศก์ฟุต และทาง ปตท.สผ. จะต้องใช้เวลา 1-2 ปี ในการเข้าไปเตรียมการผลิตเพื่อให้แหล่งเอราวัณกลับมาผลิตก๊าซฯ ได้วันละ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตตามสัญญา PSC ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้จัดทำแผนรองรับปัญหาดังกล่าว โดยจะเร่งผลิตก๊าซฯ จากแหล่งปิโตรเลียมอื่นของบริษัทฯ ในอ่าวไทย เช่น แหล่งบงกช และแหล่งอาทิตย์ เพิ่มขึ้น 80% ของกำลังการผลิตก๊าซฯ ที่หายไป และส่วนที่เหลืออีก 20% อาจจัดหาและนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เข้ามาทดแทน จึงคาดว่าผลกระทบที่จะส่งผ่านไปถึงผู้ใช้ไฟฟ้าจะมีไม่มากนัก (กรุงเทพธุรกิจ, 28 มิ.ย. 2564)