ข่าวเศรษฐกิจ

ราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุด ผลักให้เศรษฐกิจไทยเสี่ยง Stagflation

ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มจะปรับขึ้นถึงบาร์เรลละ 100 ดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นความท้าทายต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า โดยธนาคารกรุงศรีอยุธยาเห็นว่าราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นและการปรับขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและการบริโภคเพิ่มขึ้นตาม ซึ่งอาจเป็นแรงต้านที่ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าลงหรือไม่ฟื้นเลย จากปัจจุบันที่เศรษฐกิจไทยก็ฟื้นตัวช้ากว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม กว่าที่ราคาพลังงานจะส่งผ่านจนกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างชัดเจน ปกติจะใช้เวลาราว 5 ไตรมาส ไทยจึงยังพอมีเวลาที่จะเตรียมรับมือกับภาวะ Stagflation หรือการที่เศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ธนาคารทหารไทยธนชาติให้ความเห็นว่า สิ่งที่น่ากังวลกว่าราคาน้ำมันคือราคาพลังงานในภาพรวมที่ปรับขึ้นแรง เพราะไทยมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานถึง 26% ของการนำเข้าทั้งหมด ซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจค่อนข้างมากหากราคาพลังงานโลกปรับขึ้น และอาจทำให้ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากขึ้นหรือยาวนานขึ้น อย่างไรก็ตาม ธนาคารกสิกรไทยคาดว่า ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นในปัจจุบันยังไม่รุนแรงจนเป็นภาระต่อการบริโภค และคาดว่าราคาน้ำมันดิบจะลดลงมาอยู่ในระดับที่ไม่กระทบต่อเศรษฐกิจ จึงคาดว่าเงินเฟ้อในปี 2565 จะเพิ่มขึ้นในระดับต่ำเป็น 1.2% จาก 0.83% ในปัจจุบัน สอดคล้องกับธนาคารกรุงไทยที่มองว่าสัดส่วนของราคาพลังงานในตะกร้าเงินเฟ้อมีเพียงราว 10% อีกทั้งคาดว่าการทยอยปรับเพิ่มกำลังการผลิตจะทำให้ราคาน้ำมันเข้าสู่สมดุลมากขึ้น และราคาน้ำมันดิบ Brent จะค่อยๆ ปรับลงมาอยู่ราวบาร์เรลละ 70 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปลายปี 2565 (https://bangkokbiznews.com, 25 ต.ค. 2564)

link อื่นๆ
  • Relate Preview
  • Relate Preview
Financial Products