ข่าวเศรษฐกิจ
รัฐบาลเดินหน้าขึ้นทะเบียนเรือประมงตามกฎหมายใหม่ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 โดยจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับเรือประมงที่ผิดกฎหมายและไม่ผ่านการตรวจสอบ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่งผลให้เรือประมงหลายลำประกาศหยุดทำประมงเพราะเกรงจะถูกจับ หลายฝ่ายคาดว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจมีผลให้วัตถุดิบอาหารทะเลลดลง ซึ่งนอกจากกระทบต่อโรงงานอาหารทะเลแปรรูปแล้ว ยังกระทบต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น โรงน้ำแข็ง กิจการแพปลา โรงงานปลาป่น ร้านอาหาร และอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ดังนั้น เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวผู้ประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำส่วนหนึ่งจึงเริ่มวางแผนเตรียมนำเข้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศ อาทิ เวียดนาม และเมียนมา มาทดแทน อย่างไรก็ตาม การที่เรือประมงขนาดกลางและขนาดใหญ่หลายลำหยุดทำประมง กลับส่งผลดีต่อเรือประมงขนาดเล็กที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและใช้เครื่องมือทำประมงถูกกฎหมายจึงยังคงทำประมงได้ตามปกติ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความกังวลเรื่องการขาดแคลนอาหารทะเลเพื่อการบริโภคในประเทศได้ในระดับหนึ่ง (ไทยรัฐ, 30 มิ.ย. 2558 และกรุงเทพธุรกิจและโพสต์ทูเดย์, 2 ก.ค. 2558)