ข่าวเศรษฐกิจ
ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการที่ราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ประกอบด้วย (1) การกลับมาใช้น้ำมันดีเซล B7 (มีส่วนผสมของน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 7%) B10 และ B20 ตามเดิม จากที่ช่วงก่อนหน้าให้ใช้ B6 แทนที่ B7 และ B10 โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ทั้งนี้ กำหนดให้ส่วนต่างราคาขายปลีกระหว่าง B10 กับ B7 ลิตรละ 0.15 บาท และระหว่าง B20 กับ B7 ลิตรละ 0.25 บาท โดยยังคงค่าการตลาดสำหรับกลุ่มน้ำมันดีเซล ไม่ให้เกินลิตรละ 1.40 บาท (2) การใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกกลุ่มน้ำมันดีเซล (ยกเว้นเกรดพรีเมียม) ไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท โดยคาดว่าจะใช้เงินราวเดือนละ 5,000 ล้านบาท (ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2564 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีเงินเหลือสุทธิ 9,207 ล้านบาท) โดยหากเงินกองทุนเริ่มไม่เพียงพอและราคาน้ำมันดิบดูไบยังปรับขึ้นต่อเนื่อง ก็จะใช้วิธีขอกู้ตามที่ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ได้เปิดช่องไว้ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะกู้ราว 20,000 ล้านบาท และหากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับขึ้นจนเกินกว่าบาร์เรลละ 87.5 ดอลลาร์สหรัฐ จนเงินกองทุนน้ำมันไม่เพียงพอที่จะรักษาระดับราคา จะประสานให้กระทรวงการคลังปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันต่อไป (www.bangkokbiznews.com และ www.thaipost.net, 20 ต.ค. 2564 และกรุงเทพธุรกิจ, 21 ต.ค. 2564)