ข่าวเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2561 พายุไต้ฝุ่นเชบีพัดขึ้นฝั่งทางภาคตะวันตกของญี่ปุ่น ก่อให้เกิดลมกระโชกแรงและฝนตกหนัก ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่อาคารบ้านเรือนและเส้นทางคมนาคมเป็นวงกว้าง นับเป็นพายุไต้ฝุ่นที่พัดถล่มญี่ปุ่นรุนแรงสุดในรอบ 25 ปี นอกจากนี้ แรงลมจากพายุไต้ฝุ่นเชบียังพัดเรือบรรทุกน้ำมันขนาดราว 2,500 ตัน มาชนกับสะพานที่เชื่อมระหว่างตัวเมืองกับสนามบินนานาชาติคันไซ ส่งผลให้สะพานดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะเดียวกัน หลายพื้นที่และบริเวณรันเวย์ของสนามบินก็ถูกคลื่นซัดจนเกิดน้ำท่วมหนักและต้องปิดให้บริการชั่วคราว ซึ่งคาดว่าอาจต้องใช้เวลาราวหนึ่งสัปดาห์ถึงจะกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง ทั้งนี้ ความเสียหายดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิตของญี่ปุ่น รวมถึงห่วงโซ่อุปทานในเอเชีย เนื่องจากผู้ประกอบการญี่ปุ่นหลายรายใช้สนามบินนานาชาติคันไซเป็นศูนย์กลางการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ อาทิ บริษัท Renesas Electronics ผู้ผลิตชิป จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้สนามบินอื่นในการส่งออกสินค้าไปยังมาเลเซีย ขณะที่บริษัท Disco ผู้ผลิตเครื่องจักร ต้องชะลอการส่งออกสินค้าจากโรงงานในเมืองฮิโรชิมาออกไปก่อน ทั้งนี้ ในปี 2560 มีสินค้าส่งออกจากสนามบินนานาชาติคันไซมูลค่ารวมกว่า 5.64 ล้านล้านเยน (5.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยในจำนวนนี้เป็นสินค้าประเภทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์คิดเป็นมูลค่าราว 1.29 ล้านล้านเยน (Asian Nikkei Review, 5 ก.ย. 2561)